คนทำรองเท้า..

         เมื่อไม่นาน..มีชายคนหนึ่งที่ทำรองเท้าสวยงามไว้มากมาย แต่เนื่องจากเขาอาศัยในหมู่บ้านที่มีเอกลักณ์อย่างหนึ่งคือผู้คนชอบขโมยรองเท้าของผู้อื่นไปสวมใส่เป็นประจำ ทำให้เกิดค่านิยมที่ผิดๆถ้าหากว่าใครคนใดหนึ่งไม่มีพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเขาผู้นั้นเป็นคนแปลกแยกในสังคมเหมือนดั่งชายที่ชอบทำรองเท้าผู้นั้น แรกๆชายผู้นั้นก็ทำรองเท้าที่ดีๆสวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแต่เนื่องจากรองเท้าเขาถูกคนในหมู่บ้านนั้นขโมยไปสวมใส่กันทั้งหมู่บ้านนั่นเพราะว่าผู้นำในหมู่บ้านเป็นหัวหน้าแก็งค์นั่นเอง ชายผู้ทำรองเท้าจึงเกิดตวามคิดที่จะทำรองเท้าสนุกๆและทุกข์ๆขำขื่นให้กับทุกคนในหมู่บ้านโดยใส่ความคิดที่แปลกๆแตกต่างไว้ที่รองเท้าแต่ละคู่เช่น รองเท้าคู่หนึ่งเขียนคำคมเอาไว้ว่า "คิดดีดำดีดูดีดำ คิดดำดีดำ ดำดูดี ดูดีๆดีได้ดีเพราะมีดำ"  อีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว่ว่า "เราคือขาวอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง"ส่วนอีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว้ว่า "กูคือไพร่"  อีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว่ว่า "ไอ้พวกไพร่สถุน"อีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว่ว่า "พระเวทสันดาน"  อีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว่ว่า "จันทาน"  อีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว่ว่า "ความเสมอภาค"  อีกคู่หนึ่งเขียนเอาไว่ว่า "กูดีกว่ามึง" ฯลฯรองเท้าที่เขาทำไว้ก็ถูกพวกคนในหมู่บ้านขโมยไปจนสิ้นเมื่อขายผู้นั้นเห็นว่ารองเท้าของตนถูกขโมยหมดแล้วเขาจึงหยุดทำรองเท้าและย้ายตนเองไปอาศัยบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คนแต่พอที่จะตรวจตราสังเกตุดูพฤติกรรมของตนในหมู่บ้านได้อยู่ เมื่อเวลาผ่านมาได้ระยะหนึ่งชายผู้นั้นเห็นความเปลี่ยนแปลงในหมู่บ้านที่ชอบขโมยรองเท้า คือผู้คนที่เคยอยู่อย่างสงบสุขเกิดการทะเลาะหวาดระแวงกัน ทำร้ายซึ่งกันและกัน พ่อแม่ทะเลาะกับครอบครัวอื่นทะเลาะกันเอง พี่น้องอิจฉาซึ่งกันและกันให้ร้ายกัน พระสงฆ์องค์เจ้าก็ทะเลาะกัน หัวหน้าหมู่บ้านทะเลาะกับลูกบ้านและอื่นๆมากมายที่จะหามาได้เป็นเหตุผลในการทะเลาะกันจนกระทั่งฆ่ากัน นั่นเพราะสาเหตุที่ทุกคนไม่รู้ว่ามันมาจากรองเท้าที่ตนเองไปขโมยมาจากชายผู้ทำรองเท้านั่นเอง เหตุการณ์ผ่านมาจนถึงขีดสุดของการล่มสลายคือเกิดการฆ่าฟันกันมากมายทุกคนฆ่ากันเองอย่างไร้สติขาดสติ ในคืนหนึ่งชายผู้ทำรองเท้ามองเห็นหมู่บ้านที่ตกอยู่ในกองเพลิง วัดวาอารามถูกเผาไหม้ บ้านทุกหลังถูกเผาวอดวายเรือกสวนไร่นาก็ถูกเผาหมดปัญญาทำมาหากินอีกต่อไป..
         รุ่งเช้าชายคนทำรองเท้าก็เดินลงจากเขาเข้ามาในหมู่บ้าน และนำรองเท้าที่เขียนไว้ว่า "รู้รักสามัครคี มีปัญาญารู้ดีรู้ชั่ว อย่ามัวเมา"และอีกคู่หนึ่งเขียนไว้ว่า"ตนเป็นที่พึ่งของตน" และมอบพันธุ์พืช เครื่องมือทำกิน เบื้องต้นให้กับชาวบ้านแล้วเขาก็เดินออกไปจากหมู่บ้านนั้นไม่กลับเข้ามาอีกเลย….
ข้อความนี้ถูกเขียนใน DUMAN คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s